Teeranat Kanjanauaksorn Foundation

Latest News:

ปีที่ 2 ฉบับที่ 5 เดือนมกราคม - มีนาคม 2541

จดหมายข่าวเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ
ปีที่  2  ฉบับที่  5  เดือนมกราคม - มีนาคม  2541

สวัสดีค่ะ  ท่านสมาชิกเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ  ท่านเชื่อมั่นในสิทธิ  เสรีภาพ  ความเสมอภาค และท่านที่สนใจในการปฏิรูปการเมืองทุกท่าน  วันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่ปีที่ 2  แล้วที่เครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญได้ก่อตั้งขึ้นมา  ในช่วงที่ผ่านมานี้เรามีงานเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง  พร้อม ๆ กับเนื้อหาสาระในจดหมายข่าวของเครือข่ายฯ  ที่เพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยมา  ด้วยความสามารถของบรรณาธิการ
คนเก่งของเรา
    
วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้เราต้องเร่งทำงาน  เพื่อให้การเมือง  การตัดสินใจในทุกระดับ  ได้เปิดสู่การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นจริงมากขึ้น  เราต้องการระดมความคิดและความสามารถจากคนทุกฝ่าย  ทั้งหญิงและชาย  เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว  และเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอีกแน่นอนที่ว่าการมีส่วนร่วมของผู้หญิงที่ได้ถูกละเมิด  มองข้าม  มาเป็นเวลาช้านานย่อมเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ในการเร่งระดมสรรพกำลังและความสามารถครั้งนี้
วิกฤติที่เกิดขึ้นมิใช่มีเพียงด้านเศรษฐกิจการเงินเท่านั้น  สังคมและการเมืองชองเราก็มีปัญหาที่ทับถมมายาวนานรอการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเช่นกัน  นอกจากนั้นเศรษฐกิจของประเทศย่อมหมายรวมถึงสภาพความเป็นอยู่  การทำมาหากินของคนทั้งในชนบทและในเมือง  ทั้งของแรงงานและนายจ้างเท่าๆกัน  ที่ผ่านมาคนส่วนล่างในสังคมของเราถูกกำหนดให้อดทน  เสียสละ  เพื่อการพัฒนาประเทศ  เพื่อดึงดูดการลงทุน  ฯลฯ  แต่เมื่อเวลาผ่านไป  แทนที่คนเหล่านั้นจะได้รับผลประโยชน์จากการอดทนเสียสละของตน  และถูกกำหนดให้เสียสละเพิ่มขึ้นอีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  ในขณะที่คนบางส่วนที่เคยได้รับประโยชน์จากการพัฒนายังคงได้รับการปกป้องอยู่ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ในบรรดาผู้เสียสละทั้งในเมืองและชนบทนั้น  ผู้หญิงต้องเสียสละเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง  ดังจะเห็นได้จากข้อมูลสถิติขององค์การสหประชาชาติที่ชี้ว่าผู้หญิงซึ่งสร้างผลผลิตมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตที่สร้างขึ้นในโลกนั้น  รับค่าตอบแทนในสัดส่วนที่ต่ำกว่าผลผลิตที่ตนเองสร้างขึ้น  และเป็นเจ้าของทรัพย์สินในสัดส่วนที่ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับชาย  ตัวเลขของประเทศไทยชี้ว่า  ผู้หญิงในแทบทุกวัยได้รับค่าตอบแทนแรงงานของตน
ต่ำกว่าชาย  นอกจากนั้นแรงงานของผู้หญิงที่ใช้ไปในการทำงานบ้านและเลี้ยงดูคนรุ่นใหม่ให้เติบโตขึ้นเป็นแรงงานเป็นอนาคตของชาติ  ยังไม่ได้รับค่าตอบแทน  และไม่นับรวมในรายได้ของประเทศอีกด้วย
ในโอกาสวันที่  8  มีนาคม  ที่เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งหนึ่งนี้เครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ  
ขอสดุดีผู้หญิงทุกคนที่เป็นผู้เสียสละให้แก่สังคมตลอดมา  และผู้หญิงอีกจำนวนมากที่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมอย่างไม่ท้อถอยอยู่ทุกมุมโลก  ที่จะละเว้นเสียมิได้  ต้องกล่าวถึงด้วยความนับถือและยกย่องคือ  อองซาน  ซู  จี  แห่งประเทศพม่า  เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ  ปี  2534  ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย  อย่างกล้าหาญ  อดทน  มุ่งมั่น  ไม่ท้อถอย  ยากจะหาผู้ใดเทียมทัน  สมควรที่จะได้รับสนับสนุน  ยกย่องในประชาคมโลกและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศบ้านเกิดของตน  แทนที่จะถูกกีดกัน  ปิดกั้นดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
    
ประธานาธิบดี  คิมแดจุง  แห่งเกาหลีใต้  ที่พึ่งจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งและเข้าดำรงตำแหน่ง
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา  ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจยิ่งว่า  “การพัฒนาประชาธิปไตยเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดของความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ  ประชาธิปไตยคือกุญแจที่จะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน  ถ้าเราได้พัฒนาประชาธิปไตยตั้งแต่อดีตมา  การคอรัปชั่น  และการสมรู้ร่วมคิดกัน  ระหว่างธุรกิจเอกชนกับรัฐบาล  ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้งาย ๆ  การกระทำผิดโดยธุรกิจเอกชนก็ไม่มี  การครอบงำเศรษฐกิจโดยรัฐบาลก็เป็นไปไม่ได้  ข้าพเจ้าเชื่อว่าความล้มเหลวทางเศรษฐกิจวันนี้มีรากเหง้ามาจากการไร้ประชาธิปไตยเมื่อวานนี้นั่นเอง”
    
ประชาธิปไตย  ในประเทศไทยก็ต้องล้มลุกคลุกคลานมาตลอดเวลากว่า  60  ปี  และแน่นอนที่สุดว่า  ปัญหาการเมือง  เศรษฐกิจ  และสังคม  นั้น  มีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก  การที่มีผู้กล่าวอ้างว่า  เราควรจะลืมประชาธิปไตยไปชั่วคราว  หรือยอมจำนนต่อการถูกละเมิดต่าง ๆ  ในภาวะที่ประเทศประสบปัญหา
ทางเศรษฐกิจ  จึงเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นและเป็นไปไม่ได้
    
การพัฒนาอุตสาหกรรมโดยปราศจากการพัฒนาทางการเมืองตามครรลองประชาธิปไตยในอดีตที่ผ่านมาทำให้  ส่วนใหญ่ของประชาชนท้องถิ่นซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญอย่างยิ่งของประชาธิปไตย  ล่มสลายหรืออ่อนกำลังลงจนขาดศักยภาพที่จะเป็นฐานให้ประชาธิปไตยในบ้านเราพัฒนาไปอย่างไม่บิดเบี้ยวได้
    
การกอบกู้ชุมชนท้องถิ่นจึงเป็นเงื่อนไขที่จำเป็น  ของการปฏิรูปทางการเมือง  ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า  ปัจจุบันกำลังมีการดำเนินการปรับปรุงแก้ไข  กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น  เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ  ขณะเดียวกันเราก็มีองค์การบริหารส่วนตำบล  (อบต.)  ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเพิ่มขึ้น  เป็นจำนวนทั่วประเทศรวมแล้วกว่า  6  พันกว่าแห่ง  จึงเปรียบได้กับว่าเรามีแขนงเล็ก ๆ ของรัฐแตกกิ่งก้านออกไปทั่วประเทศ  ซึ่งจะทำให้เราได้ต้นไม้ประชาธิปไตยที่มั่นคงตามความคาดหวังหรือไม่  คงต้องร่วมมือกันติดตามต่อไป
    
คนในถิ่นจำนวนมากหวังกันว่าการมี อบต. จะทำให้ชุมชนหรือท้องถิ่นของคนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น  ในขณะที่หลายแห่งร่วมมือกันสร้างชุมชนในท้องถิ่นของตนให้เข้มแข็งต่อไป ไม่ว่าจะมี อบต. หรือไม่  แบบไหน  และมีคนบางส่วนที่รอคอยโอกาสใช้ประโยชน์จาก อบต.  เพื่อตนเองและพวกพ้อง
    
การกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่น ตามกฎหมาย จะให้ผลตามความหวังของทุกคนที่อยากเห็น
การมีส่วนร่วมของประชาชนเกิดขึ้นอย่างเป็นจริงตามที่ควรจะเป็นในระบอบประชาธิปไตย หรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง
    
อย่างที่หนึ่งคือ ความเป็นไปในท้องถิ่นนั้น ๆ เอง  ตามหนังสือหรือเอกสารราชการ เรามีตำบล หมู่บ้าน และอำเภอ รวมกันเป็นจังหวัด ทุกจังหวัดในภาคเดียวกันรวมเป็นภูมิภาค ทุกภูมิภาครวมกันเป็นประเทศ แต่นั่นมิได้หมายความว่าเรามีชุมชนท้องถิ่น หากคนในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เหล่านั้น มิได้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ความพยายามของรัฐที่จะให้การเชื่อมโยงระหว่างท้องถิ่นเป็นไปในลักษณะความสัมพันธ์แบบขึ้นต่อ ตามลำดับขั้นตอนในระบบอำนาจรวมศูนย์ ซึ่งได้ส่งผลให้ท้องถิ่นต่าง ๆ ถูกหลายตัวตน สถานะของตนตามที่เป็นมาในอดีต จึงเป็นการให้การเมืองของไทยกลายเป็นต้นไม้ที่ขาดราก
    
อย่างที่สอง คือ กรอบที่ท้องถิ่นถูกวางไว้หรือถูกกำหนดตามกฎหมายในเรื่องนี้  รัฐธรรมนูญใหม่  
มีบทบัญญัติที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนอยู่หลายมาตรา เช่น มาตรา 28 44 46 56 59 ซึ่งได้ถูกหยิบยกมาอ้างถึงและใช้ประโยชน์ในกรณีของโครงการท่อส่งก๊าซพม่าที่เกิดความขัดแย้งยืดเยื้ออยู่เป็นเวลานาน และ ที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องถิ่นโดยตรงคือ มาตรา 282-290 เป็นต้น  บทบัญญัติหรือกฎหมายเหล่านี้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อ คนในท้องถิ่นได้มีโอกาสที่จะทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากเนื้อหาของมัน  ไม่เช่นนั้นกฎหมายที่ดีก็ไร้ความหมาย   หรือในทางตรงข้ามกฎหมายอาจสร้างปัญหาในทางปฏิบัติให้เกิดขึ้นได้ เช่น ทำให้เกิดความยุ่งยาก  ซับซ้อนโดยไม่จำเป็น  หรือมีข้อความที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ฯลฯ การติดตามเพื่อปรับปรุงให้กฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาของชุมชนท้องถิ่น จึงมีความสำคัญด้วยเช่นกัน
    
ปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้าเข้ามาทำให้หลายคนคิดถึง หวนหาอดีตที่เคยร่มเย็นเป็นสุข ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ซึ่งถูกทำลายไปเพื่อแลกกับชีวิตที่ต้องดิ้นรนอย่างไม่หยุดยั้ง  ความคิดเรื่องของชุมชน  เรื่องของท้องถิ่น  ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น  มีการพูด  คิด และเขียน ถึงแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจการเมือง และสังคม โดยมีฐานอยู่ที่ชุมชน และให้ความสำคัญกับสังคมท้องถิ่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในแนวทางการทำมาหากิน  สร้างผลผลิต สร้างรายได้  การเก็บออม  การตัดสินใจการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ เช่น ที่ดิน น้ำ ป่าไม้ ฯลฯ และอื่น ๆ ตัวอย่างความสำเร็จในการจัดการชุมชนต่าง ๆ ได้ถูกหยิบยกมาศึกษากันอย่างแพร่หลาย
    
ความสำเร็จของชุมชนเหล่านั้นจะไม่ใช่แบบอย่างที่จะเดินตามได้เสมอไป  แต่ก็เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ส่องให้เราได้เห็นทางเลือกที่แตกต่างออกไป และทางรอดที่ทำให้ไม่สิ้นหวัง
    
ในจดหมายข่าวเล่มนี้ ท่านจะได้พบความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญหลายประการ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจ  และการปกครองท้องถิ่นซึ่งทางเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องของสิทธิและความเสมอภาค นอกจากนั้นยังได้เสนอข่าวสารความคืบหน้าเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของเครือข่าย ฯ และองค์กรสมาชิกไว้อย่างครบครัน หากท่านผู้อ่านต้องการมีส่วนร่วมกรุณาส่งข่าวสารหรือข้อคิดเห็นของท่านไปยังบรรณาธิการของเราได้เลยค่ะ  ก่อนจะจบลงขอนำข้อความจากความคิดของผู้หญิงที่เรายกย่องอย่างยิ่งมากฝากท่านผู้อ่านด้วย พบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ

ธีรนาถ  กาญจนอักษร
ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ

ภาพกิจกรรม ข่าวสารล่าสุด (News feed) เว็บไซต์เพื่อนบ้าน ติดต่อเรา

เว็บไซต์เพื่อนบ้าน

whaf

มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.)
สุขภาพ ทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ถือเป็นหัวใจสำคัญของสุขภาพผู้หญิง และสิทธิในสุขภาพทางเพศและสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์เป็นสิทธิมนุษยชนของคนทุกคน
http://whaf.or.th/

   
sapaan

กลุ่มสะพาน
กลุ่มสร้างสื่อเพื่อความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ

http://www.sapaan.org/

 
rsat

สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย
เป็น องค์กรที่ทำงานในประเด็นความหลากหลายทางเพศ มีบุคลากรและเครือข่ายที่เข้มแข็ง มีคุณภาพ สามารถพึ่งพาตนเองได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศและสร้างความเข้าใจต่อสังคม
http://www.rsat.info/trsf/  

   
nhrc

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
มุ่งสู่ความเป็นสถาบันที่สร้างสรรค์วัฒนธรรมและวิถีชีวิตสิทธิมนุษยชนในสังคม ไทย” โดยยึดในหลักการเคารพศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ และเคารพคุณค่าแห่งสิทธิเสรีภาพตลอดจนสร้างความเป็นธรรมในสังคม

http://www.nhrc.or.th/



ติดต่อเรา

สถานที่ติดต่อ

มูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร
เลขที่ 4 ถนนเพชรเกษม ซอยเพชรเกษม24 แขวง/เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160
โทร 02 868-4344 081 423-6896
โทรสาร 02 868-4344

Email: tkfthai@gmail.com