ปีที่ 2 ฉบับที่ 6 เดือนเมษายน - มิถุนายน 2541

จดหมายข่าวเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ
ปีที่  2  ฉบับที่  6  เดือนเมษายน - มิถุนายน  2541

ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าเราจะหนี้เรื่องร้าย ๆ ไปไม่พ้นทุก ๆ เช้าหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าว เรื่องการโกงกิน ค้ายาบ้า ฆาตกรมีสี คนตกงาน ไอ้บ้ากามฆ่าข่มขืน แก๊งลักรถ คนขายเด็ก ฯลฯ ดูไปแล้วก็ชวนให้อยากเลิกอ่านหนังสือพิมพ์ แต่ข่าวร้ายก็ยังตามมาจนถึงบ้านในหน้าจอทีวี  หรือบางที่เราก็อดหวั่นไม่ได้ว่าวันใดวันหนึ่งจะต้องตกเป็นเจ้าของข่าวเสียเอง  จนพากันกลายเป็นโรคหวาดระแวงคนแปลกหน้า ผวากับการต้องไปที่เปลี่ยว ข้าวของเงินทองก็ต้องหาช่องทางเก็บไม่ให้ล่อตาใคร โชคร้ายที่ว่า  ขนาดเก็บไว้ในธนาคารก็ยังมีคนมาลักเอาไปได้จนเกิดเป็นโรคไม่ไว้ใจธนาคารไปตาม ๆ กัน  เพราะไม่รู้ว่าธนาคารของเรามั่นคงแค่ไหน เขาจะเอาเงินของเราไปให้ใครใช้ วันไหนจะล้ม เขาก็ไม่บอกก่อนเสียด้วย

แม้แต่เวลามีเรื่อง จะไปหาตำรวจ ก็ชักจะไม่ค่อยแน่ใจคนไหนตำรวจปลอมคนไหนจริง จะเข้าวัดก็ไม่รู้ว่าที่เห็นห่มผ้าเหลืองอยู่คือพระแท้หรือพระเทียม ช่างทุกข์ยาก  เข้าตาจนเสียหมด ในสังคมจอมปลอมของเรานี้  กระทั่งรัฐบาล หรือผู้แทนราษฏรที่นั่งอยู่ในสภาอันทรงเกียรติ จนถึงรัฐมนตรี  เรายังไม่รู้เลยว่าท่านมีเกียรติกันจริงหรือเปล่า  หรือที่เห็นเดินใส่เสื้อสากลโก้หรูอยู่นั้น แท้จริงจะเป็นโจร  แต่เราเคยคิดกันไหมว่า  สังคมที่ช่างพาให้อับจนนี้แหละที่เราร่วมกันสร้างขึ้นมา  เราทั้งหลายที่รวมกันเป็นสมาชิกของสังคมทุก ๆ คน ไม่มีใครหลีกพ้นทั้งความรับผิดชอบและผลกระทบ  แม้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร  ไม่ย่อมรู้เห็นอะไรเพราะเราคือส่วนหนึ่งของสังคมของประเทศ เราเป็นหนึ่งในหกสิบเอ็ดล้านคน  เวลาเขานับจำนวนประชากร  เราก็เป็นหนึ่งอยู่ในนั้น  เวลาที่ขาเก็บภาษีเขาก็คาดเอาเราเป็นหนึ่งในคนที่จ่าย  เวลาที่เขาคิดงบประมาณให้รัฐบาลเอาไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน เราก็เป็นหนึ่งในคนที่เขาบอกว่าจะได้ประโยชน์ เวลาที่ผู้แทนเขาหาเสียง  เราก็เป็นหนึ่งที่เขาบอกว่าจะทำงานให้  จะไปใช้อำนาจแทน  และไม่เชื่อว่า  มีคนอื่นเขาอยากจะได้มาเป็นหนึ่งในนี้แทนเราอยู่มากมาย  ขนาดบัตรประชาชนคนไทยกลายเป็นของขายได้  มีราคา

จนกว่าวันใดที่เรากลายเป็นคนไม่มีชาติ เป็นคนไร้รัฐเหมือนชนกลุ่มน้อยใกล้บ้านเรา คงจะเข้าใจได้ว่าการมีสถานะเป็นประชาชน  พลเมืองของประเทศเป็นสมาชิกสังคมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  มีหน้าที่ สิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ  และมีกฎหมายคุ้มครอง  ใช้เพื่อปกป้องการละเมิดจากผู้อื่นได้นั้น  มีความหมายมากมายเพียงใดต่อชีวิตของเรา  แต่รัฐธรรมนูญและกฎหมายต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์ได้แค่ไหนต้องขึ้นอยู่กับผู้ใช้  ขณะที่คนจะจะใช้กฎหมาย  กติกาสังคม ให้เป็นประโยชน์ได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการรับรู้  ความเข้าใจ และพลังอำนาจที่มีอยู่ พลังอำนาจนี้ทุกคนมีเท่ากันในฐานะเป็นประชาชน แต่แตกต่างกันอย่างมากเมื่อนับตามสถานะทางสังคม เศรษฐกิจ อาชีพ หรือเงินและทรัพย์สิน หรือแม้แต่กำลังพลและอาวุธที่มีอยู่ในครอบครอง

ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะเขียนให้ดีที่สุดสักปานใด กฎหมายจะสมบูรณ์ไร้ที่ติ  สักแค่ไหนหากเราทั้งหลายยอมสละอำนาจที่เป็นของเรา ที่ทุกคนมีเท่ากันในฐานะประชาชนของประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ให้อำนาจอื่นครอบงำแล้ว กฎหมายและรัฐธรรมนูญที่เลิศเลอนั้นก็จะเป็นเพียงตัวหนังสือฝนกระดาษที่ไม่มีความหมายอะไร เพราะอำนาจหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คืออำนาจประชาชนนั้น ถูกทำให้หมดความหมายเสียแล้ว

พวกเราบางคนอาจนึกถึงรัฐบาลที่ดี หรือที่เรียกกันใหม่ให้เก๋ไก๋ว่าธรรมรัฐว่าเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นและพร่ำร้องหาว่าเมื่อไหร่จะได้มา แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นเราก็เลือกกันมามิใช่หรือ?

การเลือกตั้งโดยตัวของมันเองในทางปฏิบัติเหมือนไม่มีความหมายอะไรมากนัก  เป็นเพียงการไป
เซนชื่อ  หย่อนบัตรลงหีบ  แต่ผลของมันมหาศาล  เพราะนั่นคือขั้นตอนที่ประชาชนแต่ละคนหยิบยื่นอำนาจ
การตัดสินใจของตนให้แก่คนอื่นมาทำการแทน  เป็นทั้งขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการเข้าอำนาจรัฐ  และช่องทางการเข้าสู่การใช้อำนาจนิติบัญญัติ  ซึ่งก็คืออำนาจในการออกกฎหมายกติกาต่าง ๆ ให้ประชาชนทั้งประเทศต้องปฏิบัติตาม
    
ถ้าเปรียบการนินทา  การเลือกตั้ง  ในบางกรณีก็เหมือนกับการยื่นแก้วสารพัดนึก ให้คนใจบาปเอาไป
ก่อกรรมทำเข็ญกับพลเมืองได้อย่างมหาศาล และอัศวินหรือพระเอกที่จะขี่ม้าขาวมาช่วย  ก็คือพลังอำนาจของประชาชนนั่นเองไม่ใช่อื่นไกล  ประชาชนสามารถที่จะใช้อำนาจของตน  ไม่เพียงในวันเลือกตั้งเท่านั้น  หากยังใช้ในการตรวจสอบ  คิดตามการทำงานของผู้แทนฯ รัฐบาล และเสนอถอดถอนผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ได้ ทั้งตามรัฐธรรมนูญ และโดยการใช้กติกาสังคม  ดังตัวอย่างที่พึ่งเกิดขึ้น  ในกรณีขอกงระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีปัญหาเรื่องทุจริตในการซื้อยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นต้น
    
กรณีของกระทรวงสาธารณสุขนี้  เป็นเรื่องที่น่าสลดใจในด้านหนึ่ง  แต่อีกด้านหนึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ทางออก  เหมือนแสงสว่างในความมืดมิด  ทำให้มองเห็นทาง  สร้างความหวังให้เกิดขึ้นว่าการเรียกคืนความ
เป็นธรรม  ความถูกต้องยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้  ประชาชนไม่นิ่งเฉยดูดายกับอำนาจที่ตนเองมีอยู่  และรวมพลังกันสนับสนุนความถูกต้อง  ขับไล่ความไม่ชอบธรรม
    
ทำไมเราจะต้องเอาแต่ตั้งรับกับปัญหาที่เกิดขึ้น?  สังคมนี้เราเป็นเจ้าของเท่า ๆ กับคนอื่น   และเราก็สร้างมันได้เท่า ๆ กับคนอื่น ทั้งหกสิบกว่าล้านคน  ถ้าไม่อยากอยู่ในสังคมที่อับจน  ทุกๆ คนก็ต้องช่วยกันรุกเอาพื้นที่คืนมา  อย่าปล่อยให้โจรผู้ร้ายได้โอกาสแต่ฝ่ายเดียว  ต้องดึงเอาความถูกต้องดีงาม  ความสร้างสรรค์ในตัวตนของเราทั้งหลาย  ให้ออกมาปรากฏ  ช่วยกันกดช่วยกันกุม ความเลวร้ายให้ต้องซุกซ่อนหนีหาย  อย่าให้ได้ออกมาเริงร่าอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้  เราต้องช่วยกันสร้างเงื่อนไข  และใช้เงื่อนไขต่าง ๆ ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย  กติกาสังคม หรืออื่นใด  สนับสนุนให้ความถูกต้องคงอยู่และเพิ่มพูนแทนที่จะหดหาย  อย่าไปเสียเวลากับการหนีซุกซ่อน  แสวงหาสังคมใหม่ หรืออัศวินขี้ม้าขาวที่ไหน  เพราะเราไม่อาจหนีสังคมที่เรามีส่วนร่วมอยู่ได้พ้น  และอัศวินนั้นก็อยู่ในตัวของเราทุกคนนั่นเอง
    
ด้วยความตระหนักว่า  ความรู้และความเข้าใจ  เป็นเหมือนดังอาวุธที่ประชาชนจำเป็นต้องมีเพื่อต่อสู้กับความไม่ถูกต้องทั้งปวง  เครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ ได้ถือเอาการเผยแพร่ข่าวสาร  ข้อมูล สร้างความรู้ความเข้าใจ  ในกติกา  กลไก ปัญหา และแนวทางแก้ไขต่าง ๆ ร่วมกัน เป็นงานที่สำคัญอย่างหนึ่งนอกเหนือไปจากติดตามความคืบหน้าในการออกและแก้ไข้กฎหมายต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และติดตามการใช้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนเอง ชุมชน ท้องถิ่น และบ้านเมือง  เครือข่ายฯ ยังได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในพื้นที่ต่าง ๆ  ทั่วประเทศเพื่อเผยแพร่เครือความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ  โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิ การคุ้มครองสิทธิ  การเลือกตั้งและการปกครองท้องถิ่นไปแล้ว  ครั้งโดยร่วมมือกับองค์กรเครือข่ายและองค์กรในท้องถิ่นต่าง ๆ นอกจากนั้น วิทยากรของเครือข่ายยังได้รับเชิญไปร่วมในการจัดประชุมโดยองค์กรอื่น ๆ อีกมากมาย  และในช่วงเดือนตุลาคม 2541  เป็นต้นไป  เครือข่ายก็จะจัดดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่งในเรื่องรัฐธรรมนูญ  
การเลือกตั้ง  อำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชน  เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมในภาคประชาชนสำหรับการเลือกตั้งทั่วประเทศครั้งต่อไป
    
การเลือกตั้งครั้งต่อไปนี้มีความสำคัญต่างไปจากครั้งอื่น ๆ เนื่องจากจะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกตามกติกาใหม่ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ  ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากเดิมหลายประการ  ทั้งในเรื่องของการแบ่งเขตให้เหลือ ส.ส. เพียงเขตละคนเดียวแต่ประชาชนจะได้มีโอกาสเลือก ส.ส. จากบัญชีรายชื่อของพรรคที่เป็นบัญชีเดียวกันทั่วประเทศได้อีกทางหนึ่ง และ ส.ส. ประเภทหลังนี้จะทำหน้าที่เป็นผู้บริหารได้ในขณะที่ ส.ส. ซึ่งเป็นผู้แทนประชาชนในแต่ละเขตจะต้องลาออกจากตำแหน่งถ้าจะมาทำหน้าที่รัฐมนตรีบริหารประเทศ  นอกจากนั้นการนับคะแนนก็จะมาทำรวมกันทำให้เป็นไปได้ยากที่จะตรวจสอบว่าบ้านไหนเลือกผู้สมัครคนไหน  การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้น่าจะช่วยให้เรามีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมได้มากขึ้น  แต่การควบคุมกำกับดูแลก็สำคัญด้วย  เราจึงต้องมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ได้มาครบถ้วนแล้วทั้งระดับประเทศและระดับจังหวัด  แต่อำนาจหน้าที่ยังครอบคลุมเฉพาะการเลือกตั้งระดับประเทศเท่านั้น  จนกว่าจะได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมกฎหมายให้ครอบคลุมถึงการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นต่อไป
    
การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น นับวันจะเพิ่มความสำคัญมากขึ้น เพราะตามรัฐธรรมนูญใหม่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  จะมีความเป็นอิสระตามหลักการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นความเป็นอิสระตามหลักการปกครองตนเองนั้นกำหนดโดยกฎหมายซึ่งในขั้นต้นจัดทำโดยรัฐบาล  และอาจมีการเสนอแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปตามที่คณะกรรมการการปกครองส่วนท้องถิ่น (กถ.) ซึ่งจะมาจากฝ่ายท้องถิ่น รัฐบาล  และผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายละเท่า ๆ กัน  เห็นสมควรได้ในภายหลัง  ส่วนเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นนั้น  จะต้องเกิดมาจากความต้องการที่ประชาชนในท้องถิ่นแสดงออกโดยการลงคะแนนเลือกตั้ง  การติดตาม  ตรวจสอบ  และให้ข้อคิดเห็น เสนอแนะต่าง ๆ ตอลดจนเข้าชื่อเพื่อเสนอข้อบัญญัติของท้องถิ่น  ต่อองค์กรท้องถิ่นของตนซึ่งต่อไปจะมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด  ไม่มีตำแหน่งใดมาจากการแต่งตั้งหรือมาโดยตำแหน่ง  นอกจากนั้นประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในท้องถิ่นยังสามารถเข้าชื่อกันเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรท้องถิ่นที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมได้อีกด้วย
    
ภาระหน้าที่และการแสดงเจตนารมณ์เช่นนี้  เครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญในฐานะของประชาชนและองค์กรกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันได้ปฏิบัติมาตลอด  โดยพยายามเข้ามีส่วนร่วมตั้งแต่การร่างรัฐธรรมนูญ  การเสนอความเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ  การแต่งตั้งกรรมการคณะต่าง ๆ และการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ บุคลากรของเครือข่ายฯ  ได้เข้าร่วมอยู่ในคณะกรรมการต่าง ๆทั้งในด้านที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนการปกครองท้องถิ่น  และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น  และร่วมกิจกรรมกับองค์กรอื่น ๆ ในประเด็นที่เห็นควร  การดำเนินงานเหล่านี้ของเครือข่าย ฯ ก็ไม่ต่างกับองค์กรอื่น ๆ ที่ความสำเร็จทั้งหลายขึ้นอยู่อย่างมากกับความตื่นตัว  และความร่วมแรงร่วมใจของบุคลากรตลอดจนบุคคลหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  และที่สำคัญที่สุดก็คือความตื่นตัวของผู้หญิง ประชากรครั้งหนึ่งของประเทศที่เป็นพลังสำคัญอย่างยิ่ง  ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม  แต่ในทางการเมืองทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่นที่ผ่านมายังคงเป็นพลังที่แฝงเร้นอยู่
    
เรายังมีภารกิจที่จะต้องต่อสู่ฟันฝ่าร่วมกันอีกมากมายทั้งหญิงและชาย  ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ เราต้องการพลัง  การร่วมแรงร่วมใจจากทุก ๆ คนเพื่อต่อสู้กับปัญหาทั้งหลายที่โถมทับเพิ่มพูน  หากเราพากันเอาตัวรอดแต่ลำพังหลีกหนีปัญหา ไม่ร่วมกันต่อสู้เพื่อขจัดมันเสียแต่วันนี้  พรุ่งนี้โอกาสของเราก็จะน้อยลงไปอีก  เราคงไม่อยากมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่มีปัญหาแบบทุกวันนี้ด้วยการยอมสยบ สนับสนุนความเลวร้าย  และขับไล่คุณธรรมความดีงามออกไป มาร่วมแรงร่วมใจกันนะคะ  เพื่อสังคมที่ดีกว่า  สังคมที่มีความเสมอภาคสร้างสรรค์ และสันติภาพ สวัสดีค่ะ
                    
ธีรนาถ กาญขนอักษร
ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ